inst's profileLek Ego_PhotosBlogListsMore ![]() | Help |
|
Lek Ego_เลือดเนื้อเพื่อฝัน วันสิ้นสงคราม
29 March Love - waiting"ความรัก กับ การรอคอย"
ทหารหนุ่มแอบหลงรักเจ้าหญิงเลอโฉม เขาตระหนักถึงความสูงส่งของเธอ เฉกเช่นเดียวกับที่ตระหนักถึงความต่ำต้อยตน แต่เขายังรวบรวมความกล้า เดินเสี่ยงตายเข้าไปบอกเธอว่า “รัก” และจะอยู่บนโลกต่อไปโดยไม่มีเธอไม่ได้ เจ้าหญิงผู้เป็นดวงใจตอบเขาว่า ”ถ้าสามารถรอคอยอยู่ใต้ระเบียงห้องเธอได้ติดต่อกัน 100 วัน 100 คืน เธอจะเป็นของเขาตลอดไป” ณ ใต้ระเบียง ทหารหนุ่มเฝ้ารอคอยอยู่ตรงนั้น วันแล้ววันเล่า คืนแล้วคืนเล่า โดยไม่ยอมขยับเขยื้อนกายไปไหน เขารอคอยในสายลมบาดผิว รอคอยในสายฝนกระหน่ำ รอคอยในความหนาวเหน็บของหิมะ วันแล้ววันเล่า คืนแล้วคืนเล่า โดยมีเจ้าหญิงของเขาเฝ้าดูอยู่ตลอดเวลา เธอเห็นหยาดน้ำตาของเขาพรูพรายเป็นสาย จนกระทั่งในคืนที่ 99 ทหารหนุ่ม หยุดร้องไห้ หยุดรอคอย หยุดทุกอย่างไว้ แล้วหันหลังเดินจากไป เรื่องนี้ไม่มีตอนจบ แต่มีบางคำถาม บางคำตอบในใจ ความรักของเธอกับเขาอาจจะเหมือน “นาฬิกาทราย “ เมื่อฝ่ายหนึ่งเริ่มหมดรักไปในใจอีกฝ่ายหนึ่งกลับรักขึ้นมาใหม่เต็มเปี่ยม แต่บางทีทหารหนุ่มอาจตั้งใจแค่แสดงให้เห็นว่าเขารักเธอจริงแท้แค่ไหน แค่พิสูจน์ให้เห็น แต่ไม่ต้องการ ครอบครองไว้ หรือบางทีเขาอาจเสียใจ ต้องตัดใจจากไปเพราะรักเขาถูกทำร้ายย่ำยี หรือบางทีเป็นเจ้าหญิงเองที่เสียใจ เพราะไม่เคยมีใครรักเธอได้อีกถึงเพียงนี้... ความรัก เป็นสิ่งที่ออกแบบไม่ได้ ความรัก เป็นเรื่องที่บังคับใจกันไม่ได้ ความรัก ที่บริสุทธิ์ คือ การให้... ให้โดยที่ไม่หวังว่าจะได้อะไรตอบแทน .........แต่ในความเป็นจริงแล้ว ผู้ที่ให้มักจะหวังอยู่ลึกๆ ที่จะได้ความรักเป็นสิ่งตอบแทน..เสมอ และเมื่อเค้าได้ ความรัก กลับมาแล้ว มีเพียงน้อยคนนักที่จะสามารถให้ในลักษณะนี้ได้ตลอดไป ความอดทนอยู่คู่กับความรักไม่ได้ แต่ความเข้าใจต่างหากที่ควรเคียงคู่กันไป ถูกต้องที่ “เวลา” เป็นสิ่งที่พิสูจน์ได้ทุกอย่าง โดยเฉพาะความรัก การประคองให้รักกันได้ตลอดไป เป็นสิ่งที่ยากกว่าการจะทำอย่างใรให้รักกัน เจ้าหญิงไม่ผิด และ ทหารผู้นี้ก็ไม่ผิด เพียงแต่เวลาของ ความรัก ของสองคนนี้... ไม่เท่ากันเท่านั้นเอง เราจะรู้ค่าของสิ่งของสิ่งหนึ่ง เมื่อเราได้รู้ว่า เรา... “ได้เสียมันไปแล้ว” อ้างอิง . piyarat s.
ps.sum hlub gu . gu ror koy ma ta-hlod . ror koy kwam ruk ror jon mun ard ja narn pai jon bang t mun tum hai ruu souk wa gu tum d gub kow mak pai pow. jon tong ma pen poun sa-nid gun gu borring mak mak gub kum wa poun sa-nid. mou rai ? gu ja dai jer kon t kow ruk gu jing jing sak t waaaaaa !!!
12 January Careรักมากที่สุดแต่เกรงใจน้อยที่สุด
"ทำไมคนที่เรารักมากที่สุด.. เรากลับเกรงใจน้อยที่สุด" ในที่นี้ไม่ได้พูดเฉพาะกับคนที่เป็นแฟนกันเท่านั้น.. ยังรวมถึงคุณพ่อคุณแม่ของพวกเราด้วย สำหรับคนที่กำลังมีความรัก ก้อขอให้สู้ต่อไป ทุกคนเกิดมาไม่มีใครที่จะ Perfect ไปซะทุกอย่าง ก้อให้มันผ่านไป คำโกหกเป็นสิ่งที่ไม่ดีสำหรับคนรัก แต่ก้อจงอย่ายึดติดหรืออคติ มากเกินไป เค้าอาจ จะมีเหตุผลอะไรซักอย่าง คนเรามองขอให้มองหลายๆด้าน ดูทั้งแง่บวกแง่ลบ แล้วไตร่ตรองว่าสิ่งที่เค้า ทำอยู่เป็นการเสแสร้งหรือออกมาจากจิตใจแท้จริงของเค้าหรือเปล่า .......... ขอให้มีความสุขในรัก ........................................................ 29 April missคนที่หายไป .... คุณเคยมีเพื่อนสนิทสักคนไหม คนที่มันบ้าๆ บอๆ แต่กล้าลุยกับคุณทุกสถานการณ์ แม้ว่าคุณจะไม่เหลือใครเลย ไม่ว่าจะไม่มีใครเห็นด้วยกับคุณ ไม่ว่ามันจะเป็นเรื่องถูกหรือผิด ถึงไหนถึงกัน ... เวลาที่คุณอยู่ใกล้มัน คุณเองก็บ้าบอไปกับมันด้วย คุณกลายเป็นเด็กในร่างยักษ์ หลุดพ้นจากขอบเขต กฏเกณฑ์ บ้าๆ บอๆ ในหัวของคุณเต็มไปด้วยจินตนาการ โครงการณ์ร้อยแปดพันเก้าที่คุณจะทำกับมัน คนที่มีเรื่องเล่าสู่กันฟังไม่รู้จบ คนที่คุณไม่ต้องคอยแคร์ความรู้สึกมันสักเท่าไหร่ มันทำให้คุณเป็นตัวของตัวเอง คนที่ค่อยๆ หายตัวไปในกาลเวลา แต่แว๊บ..เข้ามาเสมอเวลาที่คุณอ่อนแอ คนที่คุณคอยเล่าพฤติกรรมแปลกของมัน ให้คนอื่นฟังเสมอๆ ... วันนี้…เพื่อนคนนั้นของคุณอยู่ที่ไหน ยังอยู่ใกล้ๆ คุณอยู่หรือเปล่า คุณยังโทรหามันอยู่ไหม มันยังบ้าๆ บอๆ อยู่เหมือนเดิมหรือเปล่า หรือว่าคุณเองที่มีความบ้าในเลือดน้อยลง คุณไม่เจอมันนานแค่ไหนแล้ว ไม่ได้มองตาคุยกันนานแค่ไหน ... นานแค่ไหนที่คุณไม่ได้สัมผัสเพื่อนของคุณอย ่างเดิม หรือคุณเองก็ลืมความรู้สึกเหล่านั้นไปแล้ว ที่คุณไม่กล้าวิ่งไล่เตะมัน อย่าอ้างว่าคุณอายุมากขึ้น ที่คุณไม่กล้าแย่งของกินจากมือมัน อย่าอ้างว่าคุณมีมรรยาท คุณกลับไปเยี่ยมบ้านต่างจังหวัดโดยไม่ชวนมัน อย่าอ้างว่าถึงชวนมันก็คงไม่ว่าง ... อะไรที่เปลี่ยนไป เวลา…หรือความรู้สึก… สังคม..หรือความสัมพันธ์... อะไรที่เปลี่ยนแปลง คุณ…หรือเขา..หรือใคร.. คุณถามตัวเองหรือเปล่า หรือรอให้ใครถาม รู้สึกอย่างไรที่เขาเปลี่ยนไป แล้วเคยถามเขาไหม เขารู้สึกอย่างไรที่คุณเปลี่ยนไป ระหว่างคุณ.. ... หากเกิดคำถามเหล่านี้ขึ้นในใจ ไม่ว่าคุณจะมีคำตอบหรือไม่ ไม่ว่าคุณจะต้องการคำตอบหรือเปล่า ขอบเขตหรือกฏเกณฑ์ที่คุณไม่เคยมีกับเพื่อนคนนี้ มันเกิดขึ้นแล้วต่อหน้าต่อตาคุณ แต่คุณก็ตอบกับตัวเองว่า ช่างมัน” ปล่อยให้เพื่อนคนนึงกลายเป็นคนที่ไร้ตัวตนต่อไป ...แต่ถ้าคุณไม่เคยตั้งคำถามเหล่านี้เลย รู้ไว้ด้วย คุณเสียเพื่อนดีๆ ไปคนนึง และโลกนี้มีคนแปลกหน้าเพิ่มขึ้นมาอีกคน ปล. คุณรู้ไหม ขณะที่คุณกำลังนั่งอยู่ตรงนี้ เพื่อนคนนั้นของคุณ อาจจะถามตัวเองอยู ่ก็ได้ ว่ามันทำผิดอะไร...กรุณาบอกมันให้กับคนที่คุณคิดว่าคนๆนั้นเป็นเพื่อน ของคุณ................เพื่อเพื่อนที่รักคุณจะได้ไม่หายไป 04 March Friend...เพื่อนคือ...ทุกสิ่ง ทุกอย่าง ยิ่งกว่าแฟนก้อว่าได้
ไม่ตามใจมัน ก็ไม่ด่า
แต่ถ้ามันไม่ตามใจเราก็ด่าได้
โดยที่มัน และเราไม่โกรธกัน
เพื่อนเมื่อโกรธกันสามารถกลับมาคืนดีกันได้โดยไม่ต้องเก็บความสงสัยว่า
เรื่องที่โกรธกันคืออะไร ผ่านแล้วก็ผ่านไป
เพื่อนคือที่พึ่งยามเป็นทุกข์
เพื่อนคือที่ปรึกษา ตั้งแต่เรียน ทำงาน
จนจะแต่งงานก็ยังต้องปรึกษามัน
เพื่อนคอยสับรางเวลารถไฟจะชน
เพื่อนคอยโกหกพ่อแม่เวลาไปเที่ยวแต่บอกว่าไปทำงาน
เพื่อนคอยบอกแฟนว่าเรากำลังอยู่กับมัน ทั้งที่จริงเราไม่ได้อยู่กับมันหรอก
และเพื่อนก็คือคนจ่ายค่าข้าวเวลาเราไม่มีเงิน
"เพื่อน" คือ ทุกอย่าง
มีผู้....ที่เคยคบกันถามว่าจะให้เลือกหนึ่งเดียว
ระหว่างเค้าซึ่งคบกันมา 1 ปี กับเพื่อนซึ่งคบมาประมาณ 15 ปี ว่าคุณจะเลือกใคร
ตอบแบบไม่ต้องคิดเลยว่า "เพื่อน"
ซึ่งเค้าก็บอกว่าตอบผิดตอบใหม่ได้นะ
เราก็บอกว่าตอบถูกแล้ว
เพราะเค้าเห็นว่าเรารักเพื่อนมากกว่า แต่ไม่ใช่
ถัาเราจะต้องเอาคนเข้ามาในชีวิตอีก 1 คน
ซึ่งก็ยังไม่รู้อะไรกันมาก
กับเสียคนที่เรารู้จกกันมาเป็น 10 ปี
เราว่าทุกคนก็ต้องมีคำตอบเหมือนกับเรา
เพราะทั้งสำหรับคนทั้งสองกลุ่ม
เราไม่สามารถเอาแต่ละคนมาบวกและลบกันเพื่อให้ผลลัพธ์เป็นศูนย์
เพราะฉะนั้นทุกคนต้องเลือกสิ่งที่มีค่ามากกว่า
และสิ่งที่เราเลือก สิ่งนั้นก็คือ *****""เพื่อน""****
" some time happy… some time sad… but all time friend "
บทส่งท้าย ถ้าเราสนุก ไปเที่ยวโดยไม่มีเพื่อน
แล้วเล่าให้มันฟัง
มันก็ไม่ว่าอะไร....แล้วถ้าเราเที่ยวแล้วเกิดปัญหา
เราตามตัวมันมา
มันเคยพูดไหมว่า "*ไม่สน*เที่ยวแล้วไม่ชวน* *แก้ไขเองแล้วกัน"
คำพูดอย่างนี่จะไม่มีจากปากเพื่อน
จะแต่ว่า " อยู่ตรงไหน เป็นอะไร"
แล้วก็ลงท้ายว่า *จะรีบไป... 18 February Final fantasy~ ช่วงนี้สอบหวะ เคลียดๆนิดหน่อย กุอยากเป็นเหมือนเพื่อนๆกุจังเลย(บางคน) มันไม่เคลียดเลย เพราะวิชาคำนวนมันทิ้งโลด รอลอกอย่างเดียว แต่กุสิต้องอ่านเพราะกุพลาดไม่ได้แล้ว เพื่อนๆเก่ากุคงเข้าใจ ถึงตอนนี้กุต้องมีสมาธิอย่างมากในการอ่านหนังสือ แต่ว่าไอเพื่อนกุทั้งหลายมันไม่ค่อยเข้าใจกุ มาที่ห้องก้อแมร่งเปิดคอมเปิดวินนิ่งเล่นกันอย่างเมามันส์ จนกุต้องไปเล่นด้วย (หวังว่าต่อไปเพื่อนๆทั้งหลายคงเข้าใจกุนะ) อยากมีความเห็นส่วนตัว อย่างน้อยมันก้อช่วยให้กุอ่านหนังสือรู้เรื่องขึ้นมาซักนิดก้อยังดีหวะ ฮื่ม ....
สอบเส็ดกุก้อจะได้กลับบ้านซักที (7 วัน) - - จะกลับไปกินอะไรอร่อยๆซักหน่อย อยู่ที่นี่แมร่ง อาหารไม่ถูกปาก กินเพื่ออยู่จิงๆ เฮ้อ..บ่นพอและ วันนี้กุ up รูปใหม่ด้วยหน้าตาเถื่อนเหมือนเดิม อย่าลืมเม้นให้กุนะไอเพื่อนๆทั้งหลาย ก่อนนอนกุมีอะไรฝากให้พวกมึงนิด...ว่า
มันก้อจิงที่ไม่มีคำว่าสาย สำหรับการเริ่มต้น
แต่บางทีก้อสงสัยว่าชีวิตนี้
"จะต้องเริ่มใหม่"
อีกสักกี่ครั้ง?
ถึงจะพอใจ?
จากใจ...เล็ก สลัม ! 06 February Missingจงคิดถึงความหวังที่คอยอยู่ข้างหน้า
อย่าไปคิดถึงความูญเสียที่ผ่านพ้นไปแล้ว
จงคิดถึงสิ่งที่มึงหามาได้แล้ว
อย่าไปคิดถึงสิ่งที่ไม่สามารถจะได้มา
จงคิดถึงว่ามึงจะช่วยเหลือใครได้บ้าง
อย่าคิดถึงแต่จะให้ตัวเองได้อย่างเดียว
จงคิดถึงความสุขของคนอื่น
แล้วด้วยการกระทำนี้ มึงจะพบความสุขของมึง
...ก่อนที่มึงจะขอความช่วยเหลือจากใคร
ให้มึงๆทั้งหลาย 31 January The god robbie Fowler"God" Robbie Fowler กลับมาแล้ว กุเชื่อว่าหลายๆคนคงจะทราบข่าวนี้ และหากท่านเริ่มต้นประกาศตัวเป็นสาวก "หงส์แดง" อย่างจริงจังในช่วง 10 ปีก่อน (หรือเก่ากว่านั้น) ข่าวนี้คงจะเป็นข่าวดีที่สุดในรอบหลายปีที่ผ่านมา ในทางจิตใจ - กุเชื่อว่าข่าวนี้มีคุณค่าทางจิตใจไม่แตกต่างจากเมื่อครั้งที่สตีเฟ่น เจอร์ราร์ด เปลี่ยนใจฝากอนาคตไว้ที่แอนฟิลด์ ต่อไปหลังผ่านการพิสูจน์ความรักต่อสโมสรในคืนแห่งการตัดสินใจเมื่อช่วงปิดฤดูกาลที่ผ่านมา แต่สิ่งที่พิเศษกว่าคือดูเหมือนจะมีชาวลิเวอร์พัดเลี่ยน จำนวนมหาศาลที่เฝ้ารอการกลับมาของเขาคนนี้อยู่ และอยากขอบคุณพระเจ้าทันทีที่ความหวังเลือนรางของพวกเขากลับเป็นจริงขึ้นมาแบบที่ไม่ทันได้ตั้งตัว เช่นเดียวกับฟาวเลอร์ ที่ผมคิดว่าเขาคงรู้สึกไม่แตกต่างกัน .. นับตั้งแต่เจ้าเด็กโง่ (ซึ่งฝรั่งพร้อมใจใช้คำว่า Prodigal son ที่หมายถึงเด็กหลงผิดที่ออกจากบ้านไปก่อนจะกลับบ้านมาเพื่อเยียวยาหัวใจ) เดินออกจากแอนฟิลด์ บ้านแห่งที่สองของเขาเมื่อเดือน พ.ย. ปี 2001 - ครั้งนั้นไม่มีใครคิดว่าฟาวเลอร์ จะได้กลับมาสวมชุดแดงเพลิงอีกครั้ง มันเหมือนความฝันที่ห่างไกล ไกลจนไม่กล้าคิดว่าจะเป็นเรื่องจริงได้ แต่สิ่งที่ปรากฎในนาทีนี้ มันราวกับเป็น "เทพนิยาย" กับการกลับมาเกิดอีกครั้งของ "พระเจ้า" หรือ "ก็อด" อันเป็นสมญาที่เดอะค็อป มอบให้เจ้าหนูจากท็อกซ์เท็ธ ย่านสลัมยากจนที่กลายเป็นขวัญใจของทุกคนเมื่อ 10 ปีก่อน หลายคนคงอยากทราบว่าการกลับมาของอดีตเจ้าของกองหน้าหมายเลขหนึ่งแห่งแอนฟิลด์ เริ่มต้นอย่างไร ? และใครคือคนที่ขอให้เปิดประตูแชงคลี่ย์เกต เพื่อต้อนรับการกลับมาของเจ้าเด็กโง่ที่จากบ้านแห่งนี้ไปนานกว่า 5 ปี ? คนคนนั้นคือราฟา เบนิเตซ ซึ่งเป็นคนแรกที่แจ้งต่อริค แพร์รี่ว่า เขาต้องการได้กองหน้าเข้ามาเสริมทีม และคนที่ "เอล บอส" ต้องการด้วยเหตุผลรองรับหลายประการคืออดีตกองหน้าที่อยู่ในความทรงจำของทุกคนอย่างฟาวเลอร์ ราฟา อธิบายถึงเหตุผลในการตัดสินใจเลือกฟาวเลอร์ กลับมาร่วมทีมว่าเป็นเพราะ "เชื่อ" ว่าดาวยิงวัย 30 ปีคนนี้ยัง "ดีพอ" สำหรับลิเวอร์พูล และสามารถนำทีมไปสู่อีกระดับได้จากความเก๋าและความเป็นกองหน้าโป้งปิดบัญชี ซึ่งเป็นสิ่งที่ทีมขาดไปอยู่ในตอนนี้ การเลือกฟาวเลอร์ ไม่ทำให้ราฟา ผิดหวังเพราะขนาดยังไม่ลงสนามแต่แค่การกลับมาของ "วีรบุรุษ" อย่างฟาวเลอร์ ก็ทำให้หงส์แดงตัวนี้กระพือปีกด้วยใจฮึกเหิมแล้ว ขณะที่ลิเวอร์พูล ก็ได้รับการพิสูจน์อีกครั้งถึงความเป็นสโมสรฟุตบอลที่มีความ "พิเศษ" ที่มักมีเรื่องราวน่าประทับใจให้พบเห็นเสมอ สำหรับตัวฟาวเลอร์เอง - ต่อให้เขาไม่ได้รับการต่อสัญญาออกไปหลังจบฤดูกาลนี้ เพียงแค่การได้กล่าวอำลาต่อหน้าเดอะค็อปที่เขารักในแอนฟิลด์ เป็นครั้งสุดท้ายก็จะเป็นการปิดฉาก "ตำนาน" ของเขาลงอย่างสมบูรณ์ และไม่เหลือสิ่งใดที่ติดค้างในใจอีกต่อไป ยินดีต้อนรับกลับ "บ้าน" อีกครั้งหวะ - God Robbie |
|
|||||||
|
|